HydroWeekly
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

(lines) 200996_82753.jpg

วันนี้ขอเสนอชุดปลูกราคาถูก..ทำเองง่ายๆ DFT Set6

จากการที่มีผู้สนใจถามไถกันมาเยอะ..หลายคนอยากเริ่มต้นปลูกผักไฮโดรฯ แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อน วันนี้ นายไฮโดรมือใหม่..ขออนุญาติแนะนำ สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้น..แต่ไม่อยากเปลืองตังค์ ง่ายๆ อธิบายกันแบบ คนไม่เป็นสอนคนไม่เป็น..5555

ก่อนที่เราจะทำการปลูกผักไฮโดรฯ เราควรรู้องค์ประกอบสำคัญๆก่อน.แต่...! ผมจะไม่ขอกล่าวถึง คำว่าไฮโดรโปนิกส์ จะไม่อธิบาย เรื่อง สารละลาย ไม่อธิบายถึงระบบปลูกต่างๆ ไม่มีอะไรที่เป็นวิชาการ ถ้าจะอ่านเพื่อไปทำรายงานส่งครู ก็ไม่แนะนำให้อ่านต่อครับ..

(images) 200996_83107.jpg
ปลูกผักไฮโดรได้ก็ต้องมี  
1.เมล็ดพันธ์ผัก ตามจำนวนที่ อุปกรณ์ปลูกเรามี ให้  (diy) 200997_49632.jpg
2.อุปกรณ์เพาะเมล็ด..จะเป็นฟองน้ำเพาะ เพอร์ไรท์ ก็ได้แล้วแต่สะดวก..ถ้าจะใช้ฟองน้ำผมก็แนะนำให้ใช้ฟองน้ำที่ไม่มีสารวาปไฟ..! เพราะถ้าเป็นฟองน้ำทั่วๆไปจะเพาะไม่ขึ้นครับ..  (diy) 200997_49652.jpg
3.ถ้วยพลาสติกสำหรับ ฟองน้ำปลูก หรือ ถ้วยปลูกเขี่ยวสำหรับใช้กับ เพอร์ไรท์  (diy) 200997_49671.jpg
4.ถาดหรือกาละมังเล็กๆไว้สำหรับรองรับการรดน้ำตอนเพาะต้นอ่อน..  (diy) 200997_49686.jpg
5.กล่องโฟม พร้อมฝาปิดมิดชิด..ห้ามรั่วนะ..ถ้าซื้อมารั่วก็ไปขอเปลี่ยน ซะ..จะใช้กล่องพลาสติกได้ไหม..คำตอบคือได้..ถ้าคุณสามารถ เจาะถังพลาสติกให้เป็นรูกลมๆ ขนาด 1.4 นิ้วได้..ง่ายๆ.ผมเคยลองแล้วเจ้ากล่องพลาสติกเนี้ย..หมดยาแดงกะพลาสเตอร์ไปหลายแผ่น..ก็เลยไม่อยากแนะนำครับ.  (diy) 200997_49706.jpg
6.ชุดอ๊อคตู้ปลา..ขนาดไม่ต้องใหญ่มาก..บอกคนขายว่าจะใช้กับตู้ปละขนาดประมาณ 20 นิ้ว พร้อม หัวฟู่ สัก 2 หัว..กับ3 ทางแยกสาย หรือจะใช้อย่างในรูปก็ได้ แพงหน่อย แต่ จ่ายอากาศทั่วถึงดี..  (diy) 200997_49719.jpg
7.สารละลายสำหรับปลูกพืชไม่ใช้ดิน..อันนี้มาหาซื้อที่ร้านได้ครับ..  (diy) 200997_49737.jpg
8.อันนี้สำคัณหน่อย..แต่คิดว่าหาไม่ยาก...น่ำก็อก ครับ..ถ้าน้ำก็อกไม่มี ก็น้ำหยอดเหรียญก็ได้ ห้ามใช้นำบ่อ น้ำบาดาล น่ำตก น้ำฝนกรุงเทพก็ไม่แนะนำครับ..น้ำดีก็มีชัยไปกว่าครึง..  (diy) 200998_47660.jpg
9.ปลั๊กไฟ..ต้องมีไฟฟ้า ด้วยนะครับ..ปลั๊กเฉยๆใช้ไม่ได้ครับ..ต้องเป็นปลั๊กที่ได้รับการจ่ายค่าไฟไปแล้วอย่างสม่ำเสมอ..มิฉนั้น..การไฟฟ้ามาตัดไฟไปก็จะกลายเป็นปลั๊กเปล่าๆทันที..อันนี้ต้องระวัง..  (diy) 200998_47680.jpg
10.อุปกรณ์ลดทอนแสงอาทิตย์..ชาวบ้านเรียกกันว่า สะแลน..! เอาไว้คลุมตอนแดดจัด..  (diy) 200998_47826.jpg
11.อากาศปลอดโปร่งมีลมถ่ายเทได้ดี และ แสงแดด พอประมาณ หน้าหนาวดีที่สุด หน้าร้อนไม่แนะนำให้ปลูกในชุดนี้ครับ..เปลืองตังค์ค่าสารละลาย ยกเว้นว่า สถานที่ตั้งไม่โดนแดดแรงเกินไป และ ขยันเอาขวดน้ำแข็ง ปิดฝาสนิดมาหย่อนใส่ลงในถังสารละลายบ่อยๆ ตอนแดดเปรี้ยงๆ..ส่วนหน้าฝน ก็ควรจะหมั่นการ่มให้มันเวลาฝนตก..(เรื่องมาจังวุ้ย..ก็เป็นธรรมดาละครับ..ชุดปลูกทำเอง จะเอาดีอะไรกันนักกันหนา..ไม่งั้นชุดปลูกเป็นหมื่นเขาก็ขายกันไม่ได้พอดี..?)  (diy) 200997_49753.jpg
ต่อไปเป็นขั้นตอนในการทำ กล่องปลูก..  
1.กล่องโฟมที่ ซื้อมาก็เจาะรู ตามภาพ นะครับ..การเจาะรูชิดเกินไป จะมีผลทำให้ผักไม่โตครับ..มันเบียนเสียดยัดเยียด กันเกินไป ควรจะห่างกัน อย่างน้อย ก็ 15 ซม.ทีนี้จำนวนต้น จะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับขนาดของกล่องละครับ..ตามตัวอย่าง จะเจาะได้ 6 รูเท่านั้น..ก็คึอปลูกได้ 6 ตั้นเท่านั้น..และถ้ายิ่งกล่องใหญ่มากๆ น้ำและสารละลายเราก็ต้องเติมมากตามไปด้วย แล้ว ไอ้เจ้ากล่องใหญ่เนี่ย มันหมายถึงน้ำหนักตอนเติมน้ำลงไปเต็มๆเพิ่มขึ้นอีกมากด้วย มันก็เลยส่งผลในกล่องปริแตกได้ง่ายด้วย..  (diy) 200997_50193.jpg
2.ประกอบชุด อ๊อค ตามรูปเลยครับ..ตัวปั้มนี่ต้องเอาไว้นอกกล่องปลูกนะครับ..อย่าเอาใส่ไปในกล่องนะ..ไฟจ๊อต..มะรู้ด้วย..แล้วก็ต้องวาง อ๊อคให้สูงกว่า เหนือระดับกล่อง เพือเป็นการแบ่งเบาภาระอ๊อค อีกแรงนึง..เพราะถ้าอ๊อคเราไม่แรงพอ น้ำมันจะไหลย้อยสวนลงมาในเครื่อง อ๊อคเราได้..  (diy) 200997_53226.jpg

3.ต้วพ่นอากาศก็หาอะไรถ่วงไว้ซะหน่อยก็จะดี มิฉนั้นมันจะลอยขึ้นมา..การเติมอากาศใน สารละลายเราก็จะล้มเหลว..

เป็นอันพร้อมแล้วสำหรับกล่องปลูกเรา..

 (diy) 200997_50407.jpg

(diy) 200997_53414.jpg

 ถึงตอนสำคัญแล้ว..ฉานจะปลูกผักละนะ..

เพื่อให้ง่ายผมขอแบ่งการดำเนินการของเราออกเป็น 3 ช๊อต ดังนี้ครับ..

ช๊อตที่ 1 การเพาะเมล็ดและเลี้ยงต้นอ่อน..

ช๊อตที่ 2 การนำต้นกล้าลงปลูกในกล่อง..จากนั้นดูแลและรอคอย..

ช๊อตที่ 3 การเก็บเกี่ยว...(มี 6 ต้น มันจะยุ่งยากอะไรนักหนา)

 (diy) 200997_50538.jpg
 
ช๊อตที่ 1 การเพาะเมล็ดและเลี้ยงต้นอ่อน..
ช๊อตนี้ กินเวลาประมาณ 10-15 วัน เพาะด้วยฟองน้ำ..(อันนี้ง่ายกว่าเพอร์ไลท์สอนอันนี้ละกัน)

(diy) 200997_50919.jpg

ให้บีบฟองน้ำแล้วจ่มน้ำเปล่าให้ฟองน้ำอิ่มตัวก่อน..เอาน้ำที่เรากินเนียละดีที่สุด เพราะถ้าน้ำ ไม่สะอาด  มีพิษ หรือ เป็นกรดเป็นด่างสูง เราก็จะได้เป็นอะไรก่อนที่น้องผักผักน้อยจะเป็น..ความคิดเยี่ยมเลย..?

จากนั้นก็นำไปว่าไว้ในถาดที่เราตั้งใจจะใช้เพาะ..แล้วทำการหยอดเมล็ดพันธ์ลงตรงกลาง(รอยผ่าที่กลางฟองน้ำ..ที่เขาทำไว้ให้แล้ว..) เวลาเพาะ ไม่ต้องเอาไปตากแดดก็ได้..ให้มันอยู่ในร่ม ลมพัดผ่านเย็นสบายใจ ก็พอแล้ว..

  หมั่นลดน้ำเช้าเย็น..แต่อย่าให้โชกมากนะเด็วเน่า..จนมันงอก

(diy) 200997_51321.jpg

ประมาณไม่เกิน 4-5 วันมันก็จะงอกออกมา..จิ๋วๆ อย่างในภาพอะครับ...แพ่งๆ ดูกันหน่อยละกัน..มี ใบเลี้ยงอ่อน 2ใบ

พอมันงอกกันครบ 6 ต้นแล้วก็นำมันไปอยู่ในกระถางพลาสติก

(diy) 200997_51611.jpg เวลาใส่ฟองน้ำเข้าในถ้วยดำพลาสติกเนี่ย เรานิยมเอาตรงใบผักน้อยของเรา สอดขึ้นจากรูที่ก้นถ้วย ให้มันค่อยๆโผล่ออกมาทางปากถ้วย (ที่ทำอย่างงี้ก็เพราะรากมันจะได้ไม่พับและชอกช้ำระกำทรวงเกินไป..)

(diy) 200997_51817.jpg

จากนั้นเราก็นำมันไปรอยคออยู๋ในกาละมัง แล้วหมั่นรดน้ำเช้าเย็นโดนแดดรำไรๆ จากในรูปที่เพาะเยอะก็เพราะ กันเหนียว ไม่ขึ้น หรือ มันอาจจะตายไปก่อนวัยอันสมควร..

ระวังอย่าให้น้ำท่วมสูงเกิน 1 ซม.แล้วอย่าตั้งตากแดด เพราะจะทำให้อุณหภูมิของน้ำที่ขังร้อนเกินเด๋วรากเน่ากันพอดี..

แล้วก็ให้มันอยู่อย่างเงี้ย..ไปประมาณ 10 วัน..จนรากของมันยาวโปร๊นแปร๊น..มีใบจริงออกมา นับรวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 4 ใบ มันก็พร้อมไป ช๊อต2..(สังเกตุ..ผมยังไม่ได้ใช้สารละลายเลย..ใช้น้ำเปล่าอย่างเดียวก็พอ..)

 
ช๊อตที่ 2 การนำต้นกล้าลงปลูก

 

ช๊อตนี้ กินเวลาประมาณ 21-30 วัน

 หลังจากเวลาล่วงเลยมาประมาณ 10-15 วัน สิ่งที่ต้องทำก็คือ ..ไปเดินด่อมๆมองๆหาทำเลปลูกผัก ก่อน..โดย..จะต้องทำการ ลากสายไฟไปแถวนั้นด้วย..ทีนี้ เจ้าทำเลเนีย..มีผลต่อการปลูกมาก..ผักจะโตสวย ยืดยาว เหี่ยวเฉา หรือ เน่าตาย..ผลก็มาจากทำเลด้วยส่วนหนึ่ง..ทำเลที่ดีควร จะเป็นที่โล่งมีแดดส่งถึง แต่ไม่จำเป็นต้องทั้งวัน มีอากาศถ่ายเทดี ถ้าปลูกในมุมอับๆ นอกจากผักจะไม่โตแล้ว ใบก็จะยืดยาวๆ ลีบผมเรียวเล็ก และก็สามารถหาอะไรคลุมได้เมื่อตอนที่ฝนตก เพราะผักเด็กเนี่ยใบอ่อนแอมาก..โดนฝนนิดหน่อยก็จะเป็นหวัดกันหมด..(ใบจะช้ำและขาด)

(diy) 200998_47967.jpg
 ผักที่เราเพาะไว้ 10 โดยปรกติก็จะมีขนาดประมาณนี้..สังเกตุที่ก้นถ้วยปลูกด้วยว่า มีราก ยืดยาวออกมาหรือยัง..ถ้ามียืดออกมาแล้ว สัก 2 ซม. ก็ใช้ได้แล้ว..  (diy) 200998_48514.jpg

(diy) 200998_48693.jpg

 แล้วก็ควรจะมีใบอ่อน 4 ใบเป็นอย่างน้อย...มีเยอะๆ จะได้ช่วยกันทำมาหากิน..โตไวๆ นะ นู๋ๆ

(diy) 200998_48898.jpg

 อยากให้สังเกตุเทคนิกการใส่ฟองน้ำในถ้วยปลูก ฟองน้ำจะล้นออกมาจากก้นกระถางประมาณ 0.5 ถึง 1 ซม..ก็เพื่อ เวลาที่เราเติมน้ำลงในกล่องปลูก ต้องให้ระดับน้ำแตะถึง ฟองน้ำด้วย มีฉนั้น รากพืชจะไม่ได้รับน้ำเลย..อันนี้ต้องระวังกันให้ดี..
เติมน้ำเปล่า ลงในกล่องโฟม ให้เต็ม แต่ห้ามล้นนะ..ดูจากภาพ แล้วเราก็ลองเอา ฝาปิดลงไป พร้อม เอา ถ้วยปลูกที่มี ต้นอ่อน ลอง จิ้มลงไปในรู แล้ว ยกถ้วยออกมา สังเกตุดูว่า มีน้ำหยด ออกจากฟองน้ำใหม่..ที่ทำก็เพื่อให้รู้ว่า ฟองน้ำเรา สัมผัส หรือ แช่อยู่ในนำบางส่วนหรือไม่ ..ระวังอย่าให้น้ำท่วม ฟองน้ำเรามิดนะ..รากพืชจะไม่ได้รับอากาศ ...! (diy) 200998_49152.jpg

เมื่อ หยอดต้นอ่อนลงทั้งหมดแล้ว ก็เสียไฟ เติมอากาศเข้าระบบ ทิ้งไว้แบบนี้ อีกสัก 2-3 วันก่อน..ช่วงนี้ก็หมั่นมาดูมันบ้าง ลองเปิดฝาออกมาดูว่า ฟองน้ำต้นอ่อน ทุกต้นยังสัมผัสกับระดับน้ำ อยู่ตลอดเวลา..

เรายังไม่เติมสารละลาย..ให้มันกินน้ำเปล่าไปก่อน..

(diy) 200998_49775.jpg
หลังจากที่เราได้นำต้นอ่อน 6 ต้นลงปลูกในกล่องโฟมแล้ว..สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำก็คือ เปิดฝากล่องโฟมดูว่า ระดับน้ำแห้งลงไปไหม..อันนี้ สัก 4-5 วันดูครั้งก็ได้..แล้วก็อย่าลืมชำเลืองเมืองมอง อ๊อคเราด้วยนะว่ามันยังคงปรกติสุชดีอยู่...  (icons) 2009913_35660.jpg
พอวันที่ 7 หลังจากที่เราได้ทำการ ปลูก สมาชิกผักหกต้นเราก็คงจะประมาณ รูปนี้ละครับ..เล็กบ้างใหญ่บ้างก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละบ้าน...จากนั้นก็เตรียม สารละลาย ขวด A...(สีเขียว) ประมาณ 100 CC.(ถ้าบ้านไหนไม่มี สลิ้งดูสารละลาย ก็ใช้วิธีกะเอาจากภาชนะที่เราจะเอามาตวง) ใส่ลงในถังโฟมพรวดลงไป..ปิดฝาคืน แล้วก็ รอพรุ่งนี้ มาว่ากันใหม่..  (icons) 2009913_35660.jpg

อันที่จริงแล้ว เจ้าสารละลาย 2 ขวดที่ซื้อมาจากร้านเนี่ย โดยธรรมชาติของมันแล้ว จ๊ะเอ๋ กันซึ่งๆหน้าไม่ได้..มันจะรวมตัวกัน แล้วจะทำให้น้ำในระบบเราขุ่นได้..เขาว่ากันว่า ให้ทิ้งระยะห่างกันสัก 4 ชม.เป็นอย่างน้อย แล้วค่อยใส่อีกอย่างลงไป...ในปริมาณที่เท่ากัน..(100CC.) เพื่อความชัวร์ ผมก็เลยให้มันข้ามวันละเลย..แล้วถึงใส่สารละลาย B อีก 100CC.(สารละลายที่ซื้อมาเนี่ยเขาผสมมาเพื่อความเข้มข้นในอัตราส่วน 5cc ต่อ น้ำเปล่า 1 ลิตร..อ่านที่ข้างขวดดูก็ได้ครับ..)

 (icons) 2009913_35660.jpg
ที่เหลือจากนี้ก็เพียง คอยตรวจดู อ๊อคเราว่ายังทำงานอยู่ พร้อมทั้ง 3-4 วันก็มาดูระดับน้ำทีนึง..สัก 15-20 วัน เมือเปิดฝาออกมาดู จะเห็นรากในระบบ เป็นดังรูป..ให้เรา ลดระดับน้ำลง กะว่าให้รากลอยอยู่ในอากาศสัก 1 นิ้วก็พอ..เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการหายใจของผัก ส่วนน้ำในระบบที่เราตวงออกมา ถ่ายใส่ขวดไว้ก่อน..เก็บใว้ในที่ร่ม ไว้คอยเติมตอนระดับน้ำในระบบมันลดลง..จากนั้นก็รอมันเติบโตไปเรื่อยๆ อีก 2-3 อาทิตย์  (icons) 2009913_35660.jpg
 
ช๊อตที่ 3 การเก็บเกี่ยว
ช๊อตนี้ กินเวลาประมาณ 1-2 วัน  

(diy) 2009913_35959.jpg

นับจากที่เราเริ่มเพาะต้นอ่อนงอกแล้ว จนถึงวันนี้ ก็ประมาณ 45-60 วัน..ก็ถึงเวลาเชือดแล้ว..5555...ให้เราทำการดูน้ำสารละลาย ออกจากระบบให้หมดเลย..(เก็บใส่ถังไว้..) จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไป กะพอให้ท่วมราก ทุกต้น.เหลือระยะห่างจาก ก้นกระถางปลูก(สีดำ)สัก 1 นิ้วเหมือนเดิม..สาเหตุเด๋วผมจะบอกในตอนท้ายครับ..
 (icons) 2009913_35660.jpg อีก 2 วันก็มาเล็มใบที่เราอยากกิน ออกไปได้ละครับ..จะถอนรากถอนโคนมันทั้งหมด แล้วเอามาทำสลัดทาน หรือ จะเร็มออกมา กะพอเราทานคนเดียวก็ได้..เราสามารถทำอย่างงี้(ตัดใบออกมาทาน)ได้ถึง 10 วันเลยครับ..เพราะถ้านานกว่านี้ใบผักเราจะเริ่ม ซีดเหลือ อ่อนแอ กินไม่อร่อยแล้ว โล๊ะออกไปเลย แล้วก็เริ่ม กระบวนการปลูกใหม่ได้ละครับ..
 (icons) 2009913_35660.jpg สำหรับคนที่มองการไกล และต้องการปลูกใหม่อย่างต่อเนื่อง..ก็คือ ตอนที่เรา ถ่ายสารละลายออกแล้วเติมน้ำเปล่า ก็เพาะต้นอ่อนใหม่ได้เลย..เพาะหลังจากที่เราเริ่มทยอยกินมัน 10 วัน ต้นอ่อน รุ่นที่ 2 ก็โตพอที่จะเริ่มทำการปลูกใหม่ได้อีกรอบ หรือถ้าเราจะใช้วิธี การเก็บออกมากินที่เดียวทั้ง 6 ต้นก็ควรจะเพาะก่อน คือหลังจากที่ปลูกไปแล้ว 40 วันก็เริ่มเพาะรุ่นที่ 2 ได้เลย..
 (icons) 2009913_35660.jpg แต่ต้องการมีผักกินต่อเนื่องทุกๆวัน ก็ต้องมี กล่องโฟมอย่างเงี้ย อีกสัก 3-4 ชุด กะเวลาให้มันคาบเกี่ยวกันดีๆ คุณก็จะมีงานอดิเรกให้ทำทุกวัน เป็นภาระที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างละครับ..555
จากที่เราต้องทำการถ่ายสารละลายออกไปก่อนแล้วเติมน้ำเปล่า ลงไปแทนที่ ก็เพื่อให้พืชใช้แร่ธาตุสารละลาย สะสม ต่างๆที่อยู่ให้หมดไปก่อน..พวกที่มีความรู้เขาบอกว่าเพื่อให้พืชใช้ไนโตรเจนให้หมดก่อน แต่ผมมาลองพินิจพิเคราะห์ดู ผักที่เราซื้อมาจากตลาด มันจะทำไงละหว่า หรือชาวสวนเขามีวิธีเอาไนโตรเจนออกจากผักได้..ผมก็เลยไปสวนผักแถวบ้าน..ไปถามชาวสวนดู...เขาบอกว่า ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย..ตัดๆกองๆไว้เด๋วพ่อค้าก็มารับซื้อไป..แสดงว่า ทั้งผักปลอดสาร หรือ ผักร่องสวนเอง ก็ยังไม่ปลอดสาร 100%เต็ม..ดังนั้นอย่าไปสนใจมันมากเลยเด๋วอดกินของอร่อยไม่รู้ด้วย..  (icons) 2009913_35660.jpg
  หมดแล้ว DIY.ชุดกล่องโฟม..รอ up รูปสัก 2-3 วันนะครับ..พอดีกล้องตัวเก่งไม่อยู่ มีคนมายืมไป..


เป็นไงครับดูแล้วไม่ยากใช่ใหม่ แต่ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่างๆ ลองไปศึกษาดู ตอนที่เรารอมันโต ก็ได้ครับ..ในหัวข้อ..นานาสาระกับการปลูกพืชไม่ใช้ดิน. หวังว่าหลายๆท่านคงจะลองไปทำดูนะครับ..หรือถ้าไม่อยากยุ่งยาก..ในการไปเดินหาซื้อของที่ละอย่างสองอย่างก็แวะมีซื้อชุดนี้ที่ร้านได้ครับ..ราคา 350บาทพรัอมสารละลาย 500 cc.1 คู่ปลูกไปประมาณ 4 รอบครับ..กะเมล็ดพันธ์ อีก 1 ถุง..ประมาณ 10 เมล็ดได้..หุหุ แต่ถ้าปลูกผักไทย ละก็เอาไปเลย 1 ขยุม..

 (icons) 2009913_35660.jpg
แล้วพบกันใหม่นะครับ..กับ D.I.Y อื่นๆ ต่อไป.. ปล.เข้ามาให้กำลังใจคนเขียนที่ กระดานสนทนาบ้างนะครับ..จะได้รู้ว่าไอ้ที่ทำไปเนียมีคนอ่าน..

Advertising Zone    Close

Online: 3 Visits: 43,887 Today: 3 PageView/Month: 46

ด้วยความปราถนาดีจาก "สยามทูเว็บดอทคอม" และเพื่อป้องกันการเปิดเว็บไซต์เพื่อหลอกลวงขายของ โปรดตรวจสอบร้านค้าให้แน่ใจก่อนตัดสินใจซื้อของทุกครั้งนะคะ    อ่านเพิ่มเติม ...